อาหารสายยางสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจการให้อาหารทางสายยางสำหรับผู้ป่วย โรคหัวใจ (Heart Disease) มีความละเอียดอ่อนกว่าผู้ป่วยทั่วไปครับ เพราะต้องควบคุมทั้ง "ปริมาณน้ำ" และ "แร่ธาตุ" เพื่อไม่ให้หัวใจทำงานหนักเกินไปจนเกิดภาวะน้ำท่วมปอด หรือความดันโลหิตสูง
การเลือกและจัดการอาหารที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ครับ:
1. จำกัดปริมาณน้ำและโซเดียม (Fluid & Sodium Restriction)
หัวใจที่อ่อนแอจะปั๊มเลือดได้น้อยลง หากได้รับน้ำหรือโซเดียมมากไป จะเกิดการคั่งของของเหลว
เลือกสูตรความเข้มข้นสูง: ควรเลือกอาหารสูตรที่ให้พลังงาน 1.5 ถึง 2.0 kcal/ml (เช่น Ensure Plus หรือสูตรที่ระบุว่าพลังงานสูง) เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับแคลอรีครบถ้วนในขณะที่ใช้ "น้ำ" ปริมาตรน้อยที่สุด
คุมโซเดียม: หลีกเลี่ยงการเติมเกลือ ซีอิ๊ว หรือซุปก้อนในอาหารปั่นเอง และหากใช้สูตรสำเร็จรูป ควรเลือกสูตร Low Sodium
2. เลือกชนิดของไขมัน (Healthy Fats)
ผู้ป่วยโรคหัวใจต้องระวังเรื่องคอเลสเตอรอลและไขมันอุดตันในเส้นเลือด
เน้นไขมันไม่อิ่มตัว: หากเตรียมอาหารเอง ควรใช้น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง หรือน้ำมันมะกอก
เลี่ยงไขมันอิ่มตัว: ไม่ควรใช้กะทิหรือน้ำมันสัตว์ในสูตรอาหารปั่น
เสริม Omega-3: หากเป็นไปได้ควรมีส่วนผสมของน้ำมันปลาตามที่แพทย์แนะนำเพื่อช่วยบำรุงหลอดเลือดหัวใจ
3. ควบคุมสมดุลแร่ธาตุ (Potassium & Magnesium)
แร่ธาตุมีผลโดยตรงต่อการเต้นของหัวใจ
หากผู้ป่วยทานยาขับปัสสาวะร่วมด้วย อาจมีการสูญเสีย โพแทสเซียม หรือ แมกนีเซียม ซึ่งต้องได้รับเสริมตามที่หมอสั่ง แต่ถ้าผู้ป่วยมีโรคไตแทรกซ้อนด้วย ต้องจำกัดแร่ธาตุเหล่านี้อย่างเข้มงวด
4. แนะนำสูตรอาหารสำเร็จรูป
สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ แพทย์มักแนะนำสูตรเฉพาะทาง เช่น:
Nepro / Suplena: (ในกรณีที่มีโรคไตแทรกซ้อน) เพราะมีความเข้มข้นสูงและแร่ธาตุต่ำ
สูตรมาตรฐานที่มีกากใยสูง: เพื่อป้องกันอาการท้องผูก เพราะการที่ผู้ป่วยโรคหัวใจต้อง "ออกแรงเบ่ง" อุจจาระ อาจทำให้หัวใจทำงานหนักจนเป็นอันตรายได้
5. ข้อควรระวังในการให้อาหาร
ปล่อยอาหารช้าๆ: อย่าเร่งให้บริหารอาหารไหลเร็วเกินไป เพราะการเพิ่มปริมาตรเลือดในระบบไหลเวียนเร็วๆ อาจทำให้หัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้
สังเกตอาการผิดปกติ: หากผู้ป่วยมีอาการ ไอ หอบเหนื่อย บวมตามเท้า หรือนอนราบไม่ได้ หลังจากให้อาหาร ให้หยุดและปรึกษาแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะน้ำเกิน
ชั่งน้ำหนักสม่ำเสมอ: ถ้าน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (เช่น 1 กก. ใน 1-2 วัน) มักเกิดจากน้ำคั่ง ไม่ใช่เนื้อเยื่อ
💡 สรุปสิ่งที่คุณดูแลควรทำ:
บันทึกปริมาณน้ำ: รวมทั้งน้ำที่ใช้ละลายอาหาร น้ำที่ใช้ล้างสาย และน้ำเปล่าที่ให้ระหว่างวัน อย่าให้เกินยอดรวมที่แพทย์กำหนด (เช่น ไม่เกิน 1,000 - 1,200 มล./วัน)
ปรึกษานักกำหนดอาหาร: เพื่อคำนวณสัดส่วนที่แม่นยำตามความรุนแรงของโรคหัวใจซีกซ้ายหรือซีกขวา