ซื้อขายแลกเปลี่ยน สินค้าใหม่หรือมือสอง ประกาศขายบ้าน ขายรถ.ลงประกาศฟรีออนไลน์ โพสฟรี โพสต์ขายของฟรี
รับเหมาก่อสร้างโพสฟรี => รันตัดคอนกรีต ต่อเติมบ้าน รับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง => ข้อความที่เริ่มโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 23 มกราคม 2026, 16:39:45 น.
-
อาหารสายยาง อย่างไรที่เหมาะสมกับการให้ทางสายให้อาหาร (https://dseelin.co.th/)
อาหารที่เหมาะสมสำหรับการให้ทางสายยาง ไม่ได้ดูแค่เรื่องสารอาหารครบ 5 หมู่เท่านั้น แต่ต้องมี "คุณสมบัติทางกายภาพ" ที่ถูกต้องเพื่อให้ไหลผ่านสายยางได้สะดวกและปลอดภัยต่อระบบย่อยของผู้ป่วยครับ
โดยทั่วไปอาหารทางสายยางแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งมีความเหมาะสมต่างกันดังนี้ครับ:
1. อาหารปั่นผสมเอง (Blenderized Diet)
คือการนำอาหารสดมาปรุงสุกและปั่นให้ละเอียด เหมาะสำหรับผู้ดูแลที่มีเวลาและต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย
ความหนืดที่เหมาะสม: ต้องปั่นจนเหลวเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่มีกากหรือชิ้นเนื้อหลงเหลือ (ควรกรองด้วยตะแกรงตาถี่ 2 รอบ)
สัดส่วน 5 หมู่:
โปรตีน: อกไก่ลอกหนัง, ไข่ขาวต้ม, ปลาน้ำจืดเนื้อขาว
คาร์โบไฮเดรต: ข้าวสวย, ข้าวกล้อง, ฟักทอง, กล้วยน้ำว้าสุก
ไขมัน: น้ำมันรำข้าว, น้ำมันมะกอก, น้ำมันถั่วเหลือง
วิตามิน/ใยอาหาร: ผักกาดขาว, ตำลึง, แครอท (ต้มจนเปื่อยก่อนปั่น)
ความสะอาด: ต้องปรุงสุกใหม่ (ต้มจนเดือด) และใช้ภายใน 24 ชม. (แช่ตู้เย็น)
2. อาหารทางการแพทย์ (Commercial Formula)
คืออาหารสูตรสำเร็จรูป (แบบผงชงหรือแบบน้ำพร้อมดื่ม) เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีโรคเฉพาะทางหรือผู้ดูแลที่ต้องการความสะดวก
สูตรมาตรฐาน (Standard): สำหรับผู้ป่วยทั่วไปที่ย่อยปกติ
สูตรเฉพาะโรค:
เบาหวาน: ดัชนีน้ำตาลต่ำ คุมระดับน้ำตาลได้ดี
โรคไต: จำกัดโปรตีนและแร่ธาตุ (ฟอสฟอรัส, โพแทสเซียม)
โรคตับ/ปอด: ปรับสัดส่วนพลังงานให้เหมาะสมกับอวัยวะที่ทำงานหนัก
ข้อดี: สารอาหารแม่นยำ สะอาด ละลายน้ำง่าย และไม่ค่อยอุดตันสายยาง
3. ลักษณะ "ที่ดี" ของอาหารทางสายยาง
คุณสมบัติ ลักษณะที่ถูกต้อง
ความเข้มข้น ปกติคือ 1:1 (1 ซีซี ให้พลังงาน 1 แคลอรี่) ไม่ข้นจนหนืด
อุณหภูมิ อุณหภูมิห้อง (ไม่ควรเย็นจัดจากตู้เย็น หรือร้อนจนลวกจมูก)
ความสะอาด ปลอดเชื้อ ปรุงสุก ไม่บูดง่าย
ความละเอียด ต้องไหลผ่านสายยางได้ด้วยแรงโน้มถ่วง (ยกไซริงค์สูงแล้วไหลเอง)
4. สิ่งที่ "ไม่ควร" ใส่ในอาหารทางสายยาง
กะทิหรือไขมันสัตว์: ทำให้อาหารบูดง่ายและอาจทำให้อุดตันสายได้เมื่อเย็นตัวลง
ผักที่มีกากใยเหนียวเกินไป: เช่น ผักบุ้งหรือหน่อไม้ เพราะปั่นให้ละเอียดได้ยาก
ผลไม้รสเปรี้ยวจัด: อาจทำให้ผู้ป่วยแสบท้องหรือท้องเสียได้
ยาที่ไม่ได้บดละเอียด: ห้ามผสมยาลงในมื้ออาหารโดยตรง ควรแยกให้ต่างหาก
💡 เคล็ดลับจากประสบการณ์
หากคุณทำอาหารปั่นเอง แล้วพบว่าอาหาร "ข้นเกินไป" จนไหลยาก ให้ลองเติมน้ำต้มสุกเพิ่มเล็กน้อย หรือใช้ "น้ำต้มสุกที่แช่ใบเตย" มาใช้ปั่นอาหาร จะช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอมและชวนให้ผู้ป่วยรู้สึกสดชื่นขึ้นได้ครับ (ในกรณีที่ผู้ป่วยยังรับรู้กลิ่นได้)