ผู้เขียน หัวข้อ: อย่าให้ความเครียดเรื่องการตรวจดาวน์ซินโดรมมาทำให้แม่ต้องทุกข์ใจ  (อ่าน 2 ครั้ง)

oohlala

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 12
  • โปรโมทสินค้าฟรี ซื้อ ขาย เช่า บริการ ลด แหล่งรวม ลงประกาศฟรี ลงโฆษณาฟรี โปรโมทสินค้าฟรี
    • ดูรายละเอียด
เมื่อรู้ว่ากำลังตั้งครรภ์ ความรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมักมาพร้อมกับความกังวลใจในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพของลูกน้อยในครรภ์ หนึ่งในคำถามและโปรแกรมการตรวจที่ว่าที่คุณแม่ทุกคนต้องเจอคือ การตรวจคัดกรองโรคดาวน์ซินโดรม ตรวจดาวน์ซินโดรมอายุครรภ์ ซึ่งเป็นภาวะความผิดปกติทางพันธุกรรมที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่น่าเสียดายที่กระบวนการตรวจเหล่านี้ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเจาะเลือดตรวจ หรือการอัลตราซาวด์เพื่อวัดความหนาของต้นคอทารก กลับกลายเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้คุณแม่หลายคนต้องเครียด กังวล จนกินไม่ได้นอนไม่หลับโดยไม่จำเป็น ความเครียดระหว่างตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะอารมณ์ความรู้สึกของคุณแม่ส่งผลโดยตรงต่อร่างกาย ฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอลที่หลั่งออกมามากเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของลูกน้อยในท้องได้ แทนที่การไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจครรภ์จะสร้างความอุ่นใจ กลับกลายเป็นความหวาดกลัวว่าผลตรวจจะออกมาเป็นบวกหรือมีความเสี่ยงสูง จนลืมความสุขของการได้อุ้มท้องลูกไปเสียสนิท

เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมในเบื้องต้น เช่น การเจาะเลือดร่วมกับการอัลตราซาวด์ ไม่ใช่การวินิจฉัยฟันธง แต่มันเป็นเพียงการประเมินความน่าจะเป็นหรือความเสี่ยงเท่านั้น หากผลตรวจบอกว่ามีความเสี่ยงสูง ก็ไม่ได้แปลว่าลูกจะเป็นโรคดาวน์ซินโดรมเสมอไป มันเป็นเพียงสัญญาณเตือนให้คุณหมอและคุณแม่ต้องระมัดระวังและหาทางตรวจยืนยันในขั้นตอนต่อไปด้วยวิธีที่มีความแม่นยำสูงขึ้น เช่น การเจาะน้ำคร่ำ ดังนั้น การตีโพยตีพายหรือกังวลล่วงหน้าตั้งแต่เห็นผลคัดกรอง จึงเป็นการสร้างความทุกข์ให้ตัวเองโดยเปล่าประโยชน์ การตั้งรับกับเรื่องนี้อย่างมีสติเริ่มต้นจากการเปิดใจคุยกับคุณหมอให้เคลียร์ เมื่อคุณแม่ได้รับผลตรวจ ไม่ควรรีบเสิร์ชหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตแล้วอ่านเจอเรื่องน่ากลัวๆ เพราะแต่ละเคสมีความแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อทำความเข้าใจตัวเลขและความหมายที่แท้จริงของผลตรวจ หากผลออกมาว่ามีความเสี่ยงสูง ก็ยังมีกระบวนการตรวจยืนยันที่รออยู่ การรู้เท่าทันสถานการณ์จะช่วยลดความกลัวลงไปได้มาก เพราะความไม่รู้มักน่ากลัวที่สุดเสมอ อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยเยียวยาจิตใจคือการหากิจกรรมทำเพื่อผ่อนคลายความกังวล ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นเบาๆ ฟังเพลงสบายๆ หรือพูดคุยความรู้สึกนี้กับคุณพ่อหรือคนในครอบครัว การเก็บความเครียดไว้คนเดียว รังแต่จะทำให้จินตนาการไปไกลในทางลบ การได้ระบายความรู้สึกออกมาจะช่วยให้จิตใจเบาสบายขึ้นมาก เพราะคุณพ่อเองก็พร้อมที่จะรับฟังและเดินเคียงข้างคุณแม่ในทุกขั้นตอนของการเดินทางครั้งนี้ นอกจากนี้ อยากให้คุณแม่ลองมองมุมกลับว่า เทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก การที่เรามีโอกาสได้ตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่นๆ หมายถึงการที่เรามีโอกาสได้เตรียมตัว เตรียมความพร้อม และรับมือกับอนาคตได้อย่างดีที่สุด หากผลออกมาปกติ คุณแม่ก็จะได้โล่งใจและมีความสุขกับการตั้งครรภ์ต่อ แต่หากพบความผิดปกติ การรู้ล่วงหน้าก็ช่วยให้วางแผนการดูแลรักษาลูกน้อยได้อย่างทันท่วงที นี่คือข้อดีของการตรวจ